เจ้านายเชิญโอลิเวอร์มาดินเนอร์ด้วย เขามาพร้อมกับไวน์หนึ่งขวดและรอยยิ้มแห่งความสุข คำติดปากของเขาคือ "โอ ลั่น ล้า" ที่ทำให้พวกเราหัวเราะ และแอบล้อเลียนลับหลัง

โอลิเวอร์เป็นผู้ชายที่น่ารักมาก การเดินทางอย่างมากมายของเขาหรือเปล่า ที่ทำให้เขาดูจริงใจกับโลกทั้งโลกเป็นที่สุด

คนที่แกล้งมีความสุข
คนที่พยายามมีความสุข
และคนที่มีความสุข

แม้หลายครั้ง ฉันจะดูคนไม่ออกว่าจริงๆ แล้วคนคนนี้เป็นยังไงกันแน่แต่ในกรณีของความสุขของคน มันไม่ยากเลยที่จะรู้ว่าแกล้งหรือจริง

ผู้หญิงกลุ่มเราออกอาการชื่นชอบโอลิเวอร์อย่างเปิดเผย พี่ที่นั่งข้างฉันถึงกับออกปากบอกหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศส-เวียดนามว่า "you are perfect man"โอลิเวอร์บอกปฏิเสธทันทีว่าไม่ใช่ เพราะเขาทะลึ่ง "ผมทะลึ่ง! ทะลึ่งมาก" แล้วก็หว่านยิ้ม
โอ...คนอะไร ขนาดพูดคำว่าทะลึ่ง ก็ยังน่ารัก
ผู้ชายกลุ่มเราเริ่มส่งสายตา และแอบทำท่าทางล้อเลียนโอลิเวอร์ด้วยความอิจฉา ประมาณว่าถ้าพูดคำว่าถ้าผม "ทะลึ่ง" แบบนั้นบ้าง จะน่ารักเหมือนโอลิเวอร์ไหม

เอ่อ... จะบอกยังไงดีล่ะ
คำบางคำ มันก็ดูดีเมื่อคนบางคนพูดเท่านั้น

ความรักที่โอลิเวอร์กับภรรยามีต่อกัน เป็นความรักของวงกลมสองวงที่กลิ้งอยู่ข้างกันเหมือนในหนังสือภาพการตามหาส่วนที่หายไปของ เชล ซิลเวอร์สไตน์จึงเป็นความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างอิสระต่อกัน ไว้ใจ เชื่อใจ มั่นใจ ยังเดินทางคนเดียวได้ แค่ที่สุดแล้ว...คุณกลับบ้านของเรา

โดยส่วนตัวฉันนะ ไม่ใช่เพราะเป็นโอลิเวอร์ แต่ไม่ว่าเป็นใครก็ตามที่เล่าเรื่องความรักแบบนี้ให้ได้ยิน ก็ประทับใจไม่น้อยกว่ากันทั้งนั้น เป็นวงกลมกลิ้งข้างกัน บางครั้งก็กลิ้งแยกกัน ยังไงก็ดีกว่าการเป็นสามเหลี่ยมแทรกอยู่ในวงกลม ที่แม้จะทำให้กลิ้งไปด้วยกันทุกๆ ที่ แต่ถามว่าคนสองคนสามารถเป็นหนึ่งเดียวกันได้จริงๆ ไหม ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม สามเหลี่ยมย่อมเป็นสามเหลี่ยม และหลายๆ ครั้งก็อาจจะคิดน้อยใจว่าฉันเป็นเพียงสิ่งที่พึ่งพาวงกลม

อาหารซีฟู้ดแกล้มเรื่องคุยจากเพื่อนใหม่ที่มากไปด้วยประสบการณ์ชีวิตทำให้มื้อนี้เราเจริญอาหารกันถ้วนหน้า เจ้าของรีสอร์ทเดินถือไวน์มาให้โอลิเวอร์หนึ่งขวด (เห็นไหมว่าไม่ใช่แค่พวกเราซะหน่อย ที่ชอบโอลิเวอร์) และยืนพูดคุยกับพวกเราถึงความเป็นทะเลแห่งนี้

ก่อนจะปิดท้ายดินเนอร์ ด้วยการล่องเรือออกไปดูหิ่งห้อยโดยมิสเตอร์เบื่อเมือง ควบตำแหน่งคนขับและไกด์เช่นเดิม เส้นทางน้ำเส้นเดิมที่เราใช้ตอนไปน้ำตกคลองยายกี๋ แต่พอเปลี่ยนมาเป็นบรรยากาศตอนกลางคนแบบนี้ ก็แปลกไปอีกแบบ ภูเขากำลังนอนหลับ ชาวบ้านยังเปิดไฟอยู่ มิสเตอร์เบื่อเมืองพูดถึงหิ่งห้อยที่อยู่ตามต้นโกงกาง ว่าไม่ใช่จะอยู่ที่ต้นไหนก็ได้ ไม่ใช่ว่าเกิดมาเป็นหิ่งห้อยแล้วจะไม่เลือกที่อยู่ เพราะมันจะเลือกอยู่เฉพาะต้นที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะกับชีวิตของพวกมันเองเท่านั้น

"ถ้าอยากจะให้ดูหิ่งห้อยที่นี่ แบบจุตาตื่นใจต้องมาในช่วงฤดูหนาว"
แต่เดือนที่เรามานี้เป็นต้นเดือนมีนา ซึ่งอากาศที่ทะเลเริ่มร้อนมากแล้ว หิ่งห้อยก็เลยมีให้เห็นกระจายบางตา ที่มีอยู่หนาแน่น ก็แค่ต้นเดียวเท่านั้น

หิ่งห้อยกะพริบแสง ดับ กะพริบแสง ดับ กะพริบแสง ดับ
ถ้าจะคิดมากจริงๆ แค่นี้ก็เป็นปรัชญาได้แล้ว
ทุกสิ่งโดยรอบตัวเรา ในช่วงนาทีที่ไม่มีใครพูดคุย มันช่างมืด เงียบล่องลอยได้ยินลมหายของภูเขา
ต้นโกงกางที่หนาแน่นไปด้วยหิ่งห้อยเพียงต้นเดียวนั้น ยิ่งมองก็ยิ่งเห็นเป็นต้นคริสต์มาส แล้วซานตาคลอสไปอยู่ซะที่ไหน
Chistmas in March สวย...อย่างเหงาๆ

มิสเตอร์เบื่อเมือง ทำลายความเงียบสงัด
ด้วยการโน้มตัวลงข้างเรือ แล้วใช้มือกวนผิวน้ำทะเล
แสงของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ชื่อ "แพลงตอน" ส่องแสงเป็นประกายระยิบระยับเหนือผิวน้ำ
สวย...อะไรเช่นนี้

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry