ปลาตัวหนึ่งในทะเลตะวันออก
posted on 14 Mar 2007 12:21 by lifeforrent in koh-kood
เพิ่งเข้าใจว่าทำไมเกาะกูด ถึงได้รับการขนานนามว่า "อันดามันแห่งทะเลตะวันออก"
พอมาถึงวันแรก หลังจากกินข้าว อาบน้ำ นอนพักเอาแรง ตอนบ่ายๆ เราก็ไปดำน้ำกันเลยโค้ชพาเราขึ้นสปีดโบ๊ทไปดำน้ำที่เกาะยักษ์
น้ำทะเลที่นี่เป็นสีฟ้า-เขียว กระจ่างตา ฉันเมาคลื่นแต่กลับไม่ได้เป็นเหตุผลให้ชอบทะเลน้อยลง "ปะการังที่นี่สวยสู้ที่เกาะเหลาเหลียง จ.ตรัง ไม่ได้" หลังจากที่จุ่มหัวลงไปใต้น้ำ ฉันแวบนึกเปรียบเทียบอยู่ในใจแบบนี้ ก่อนจะคิดได้ในวินาทีต่อมาว่า ทำไมเราต้องเปรียบเทียบกัน การจะให้ที่หนึ่งเหมือนที่หนึ่งไปซะทุกอย่างนั้น จะมีความหมายที่ดีอะไร ตอนนี้กำลังอยู่ตรงนี้ ก็มองและรู้สึกกับตรงนี้ เพียงเท่านี้...ก็พอแล้วไม่ใช่หรือ
โค้ชจับหนอนทะเล มาให้เราดูใกล้ๆ ในขณะที่พวกเรายังหายใจใต้น้ำกันอยู่ บางนาทีฉันเป็นเหมือนปลาตัวหนึ่งที่แหวกว่ายเข้าไปในฝูงของตัวเองความรู้สึกในโมงยามแบบนี้ คงอธิบายให้คนที่ไม่หลงใหลโลกใต้ทะเลฟังได้ยากในโลกที่เราลอยตัว ในโลกที่เราหายใจผ่านท่อ ในโลกที่เราหยุดพูด กลับเป็นโลกที่มีความสุขอย่างล้ำลึก ดังนั้นเมื่อถึงคราวที่ชีวิตมีอันต้องเจ็บปวด ฉันขอให้ฉันไม่ลืมที่จะพาตัวเองมาเยียวยาความรู้สึกที่ทะเล ให้ธรรมชาติรักษาหัวใจเรา ให้เรากลายเป็นสิ่งเล็กๆ ในพื้นที่ที่ล้อมรอบไปด้วยแผ่นน้ำกว้างใหญ่ ความทุกข์ก็แค่นั้น ความสุขก็แค่นี้ แล้วเราจะต้องวุ่นวายกับเรื่องข้างนอกใจให้มันมากมาย
เอ่อ...ก่อนที่จะตรัสรู้
ฉันโผล่ขึ้นเหนือน้ำ รีบถอดสน็อคเกิ้ล เพราะกำลังสำลักความเค็มของทะเล น้ำทะเลหลุดไหลเข้าไปในท่อหายใจได้ไงก็ไม่รู้ แสบจมูกมาก และความรู้สึกฉุนกลิ่นเกลือก็ไม่หายไปง่ายๆ
และในการดำน้ำครั้งนี้เอง ที่พวกเราได้รู้จักกับ โอลิเวอร์ ผู้ชายวัยสี่สิบที่หน้าตาแค่สามสิบกว่า เจ้านายฉันเม้าท์ว่าเขาน่ารักแบบบ๊องๆ ต๊องๆหว่านยิ้มตลอดเวลาซึ่งเรามารู้ทีหลังว่า โอลิเวอร์คือลูกครึ่งเวียดนาม-ฝรั่งเศส เพิ่งมาอยู่เมืองไทยได้แค่ 2 ปี ยังไม่แข็งแรงเรื่องภาษาไทยมากนัก แต่ซึมซับคำว่า "สยามเมืองยิ้ม" จนลึกสุดใจ ในช่วงเวลาสองเดือน โอลิเวอร์มาเกาะกูด 5 ครั้ง กับคนทำงานในสถานทูตฝรั่งเศสอย่างเขา แน่นอนว่าไม่ยากที่จะจ่ายค่าแพ็คเก็จทัวร์ แต่อย่ามองแค่ในแง่เขามีเงินเลย เพราะคนที่มีเงินก็มีตั้งมายมาย แต่หลายๆ คนก็เลือกที่จะใช้จ่ายเงินในจำนวนเท่ากันนี้ให้หมดไปในห้างสรรพสินค้า
ชั่วโมงต่อมา เมื่อพวกเราเปลี่ยนที่ดำน้ำอีกครั้ง ฉันเมาคลื่นหนักกว่าเดิม และอยากจะอยู่พักบนเรือ แต่คุณลุงคนขับเรือที่ดูมาดแมนมากๆ ก็ออกปากไล่ให้รีบใส่สน็อคเกิ้ลลงน้ำไป เพราะยิ่งอยู่บนเรือ ก็จะยิ่งเมา ถ้าอยู่กับคลื่นทะเลอย่างแนบชิด เราจะรู้สึกดีกว่า แต่พอกระโดดลงไปตามที่คุณลุงบอก กลุ่มเพื่อนผู้หญิงก็หายไปแล้ว คงจะว่ายไปดำที่อีกด้านของเกาะ ที่ยังมองเห็นอยู่ไม่ไกลมากแต่ก็ไม่ใกล้ คือกลุ่มผู้ชายสามสี่คนเจ้านายกับโอลิเวอร์ ก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย ฉันเริ่มจุ่มหัวลงไปในโลกทะเล รู้สึกเหมือนเป็นปลาตัวหนึ่งอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ ปลาพุงโตตัวนี้กำลังว่ายไกลจากฝูงของตัวเอง
สิ่งที่ใจมองเห็น คือโลกทั้งโลกเหลือเพียงฉันและปลาตัวอื่น
ไม่มีคน ไม่มีใคร แต่แทนที่จะน่ากลัว ทุกสิ่ง ณ นาทีนั้น กลับสงบและงดงาม
Tags: koh, kood, travel0 Comments