ความยิ่งใหญ่...ระหว่างทาง
posted on 02 May 2007 22:59 by lifeforrent in Lao-PDR
ถ้าสิ่งที่เคยได้ยินมา "รูปถ่าย คือภาพสะท้อนจิตใจของคนถ่าย"
เป็นสิ่งที่เป็นจริงละก็

รูปเหล่านี้ ก็คือภาพสะท้อนจิตใจของผู้ชายที่เดินด้วยกัน ผู้ชายคนที่บางครั้ง...ฉันก็แน่ใจอย่างที่สุดว่ารู้จักเขาอย่างดีที่สุด หากบางครั้ง...กลับไม่หลงเหลือความแน่ใจนั้นเลย
หรือว่าโลกนี้ ไม่มีใครจะรู้จักรู้ใจใครได้จริงๆ แม้กระทั่งตัวของเราเอง ใจของเราเอง เราก็ยังต้องเรียนรู้และหมั่นทำความเข้าใจในมันอยู่เสมอ
-----------------------------------------------------------------------------------------------
แทนที่จะแวะพัก และเที่ยวที่ วังเวียง ก่อน (ซึ่งห่างจากเวียงจันทร์ประมาณ 4 ชั่วโมง)ตามที่เคยคุยๆ แพลนๆ กันไว้ จะได้ไม่เหนื่อยมาก
แต่อย่างที่บอกว่าเมื่อเรามาถึงเวียงจันทร์เมื่อวานนี้เราก็กลับคุยกันว่าจะใช้ "แผนไหล" คือไหลไปเรื่อยๆ ตามแต่อารมณ์ในวันนั้นๆ ว่าอยากไปไหน ไม่ต้องจองรถ ไม่ต้องจองที่พัก ลองใช้ชีวิตแบบเร่ร่อนจริงๆ ดู
ซึ่งพอตื่นมา ฉันก็บอกว่าเราจะไป หลวงพระบาง กันเลยเพราะไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ไอ้ที่เขาว่ากันว่าเส้นทางรถทางนี้ เป็นเส้นทางทรหดสุดๆก็ให้รู้กันไปว่าจะสักแค่ไหนกัน!
รถที่เรานั่งเป็นแบบ express ซึ่งก็คือรถบัสปรับอากาศชั้นสองของบ้านเราดีๆนี่เองในราคาค่าโดยสาร 100,000 กีบ (400 บาท) ต่อคน หลังจากที่ใช้เงินกันไปเมื่อวานกับการกินดื่ม และจ่ายค่าเข้าชมวัด เราก็เริ่มชินๆ กับจำนวนเงินที่ต้องจ่ายครั้งละมากๆ แล้ว และเริ่มรู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า เงินล้านสำหรับที่นี่ อาจดูเหมือนเยอะ แต่ทุกสิ่งที่ต้องจ่ายก็มีราคาหลักพัน หลักแสน หลักหมื่น (คนลาวมีแบงค์ 50,000 กีบใช้)ระยะทางจากเวียงจันทร์ไปถึงหลวงพระบางนั้น ใกล้กว่ากรุงเทพฯ -ขอนแก่นซะอีก แต่ระยะเวลาใช้เดินทางนั้นกลับมากกว่ากรุงเทพฯ - ขอนแก่นเกือบหนึ่งเท่าตัว
ใช่แล้ว...และแล้ว มันก็เป็นวันที่แบบว่าเราหายใจอยู่ในรถยาวนาน 11 ชั่วโมง ตามเส้นทางในแบบที่ภูเขาซ้อนภูเขา ภูเขาก๊อบปี้ภูเขาหันไปทางไหนก็ภูเขา ภูเขา ภูเขา คล้ายๆ ธรรมชาติเคยชินกับการใช้คำสั่งคอลโทรลซี คอลโทรลวี ไปเรื่อยๆ ...ถนนเลาะเลี้ยวคดโค้งสัญลักษณ์บนป้ายบอกทางจราจร ส่วนใหญ่มีลักษณะคดเคี้ยวเหมือนงู หรือไม่ก็หักศอกเหมือนตัว Zยังไงงั้นถุงหิ้วที่เด็กเดินปี้ (ปี้แปลว่าตั๋วน่ะ) เดินแจกคนละใบตั้งแต่ตอนที่รถเริ่มเคลื่อนออกจากสถานีขนส่งสายเหนือนั้นมีหลายคนได้ใช้คล้องหูตัวเอง แล้วอ้วกออกมา และบางคน ถุงเดียว...ไม่เคยพอ
รถปรับอากาศ จึงต้องเปิดช่องรับลมที่หลังคา ส่วนหนึ่งก็เพื่อเปิดทางให้ลมด้านนอกเข้ามาข้างใน จะช่วยให้คนในรถไม่รู้สึกเวียนหัวกันมาก หากส่วนสำคัญก็เพื่อระบายกลิ่นที่มีอยู่ในรถออกไปซะบ้าง ตอนที่พนักงานเริ่มเปิดช่องรับลมนั้น เราสองคนหันมองหน้ากัน ด้วยคิดตรงกันว่า "รู้งี้ นั่งรถเปิดหน้าต่างดีกว่า" แต่มันก็เป็นการรู้ ที่รู้เมื่อสายไปเสียแล้ว



แต่ด้วยหัวใจที่ยังเปิดรับความงามได้อยู่ ไม่ว่าบรรยากาศภายในรถจะเป็นเช่นไร ภูเขาทุกๆ ลูก ก็สวยได้ใจมากๆ เมฆที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่บนยอดเขาลูกนั้นลูกนี้ สวยราวกับสวรรค์ในหนังสือนิทาน สวยๆๆๆๆๆจนไม่รู้ว่าต้องเติมไม้ยมกเท่าไหร่ถึงจะเท่าเทียมที่รู้สึกความยิ่งใหญ่ในตัวเองของภูเขา ทั้งๆ ที่มันไม่เคยพูดจาอวดเก่งเบ่งกล้ามอะไร ทำให้เราสำนึกว่าสิ่งที่ยิ่งใหญ่จริงๆ นั้น มันไม่เคยประกาศตนข่มคนอื่นว่ามันนี่แหละยิ่งใหญ่
เรา...ตัวเล็กลงใช่ไหม? เมื่อได้เข้าใกล้สิ่งที่ยิ่งใหญ่และยาวนานกว่าเราอย่างนี้
คำตอบคือ "ใช่"เราตัวเล็กลงหรือถ้าจะคิดอีกทีเราก็ตัวเท่าเดิมนั่นแหละ หากแต่ความอวดเก่งของเราต่างหาก ที่มันมีขนาดเล็กลง
ความสวยๆๆๆๆคละคลุ้งกับกลิ่นอ้วกที่เหม็นๆๆๆๆๆๆ
ชั่วนาทีหนึ่งนั้น ฉันบังคับตัวเองให้ปิดเปลือกตา แล้วบอกกับใจบางๆ ของตัวเองว่า "จงขอบคุณที่ทุกอย่างไม่ได้โรแมนติกราบรื่นไปทั้งหมดแบบนี้ เพราะไม่เช่นนั้นก็คงไม่มีเรื่องราวโดดเด่นให้จดจำ"
แล้วพอสิ้นเสียงที่บอกกับใจตัวเองแล้วเสียงอ้วกจากเด็กผู้หญิงเบาะหน้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง ตามมาติดๆ ด้วยเสียงประสานการอ้วกของผู้หญิงเบาะหลัง
...น่าเสียดายจริง ที่ไม่สามารถเก็บกลิ่นมาฝากได้!

"หลวงพระบาง - วังเวียง"
คนขับรถคันเรา เข้าโค้งทีพี่แกไม่เหยียบเบรก แค่ผ่อนคันเร่งเท่านั้น
นึกว่าจะได้ดิฟลงเขาแล้ว :)
#1 By gnaut on 2007-05-02 23:13