2010/Sep/27


ระหว่างนั่งฟังเทศน์ หลับบ้าง ตื่นบ้าง
ยอมรับ เป็นคนที่ไม่ค่อยได้เข้าวัด หาวัดใกล้ๆ ที่ชอบใจไม่เจอบ้าง เวลาไม่สะดวกบ้าง ไม่ได้อยู่ในความคิดถึงบ้าง
คิดดูเอาเถอะ คน(แบบ)เรานั้น ขนาดจะไปวัด ก็ยังมีเงื่อนไขจุกจิกขนาดนี้
แต่ที่ทำให้ยังพยายาม "หาเวลา" เพื่อเดินทางไปวัดที่มีธรรมอย่างสม่ำเสมอ ก็เพราะที่บ้านมีเด็กตัวเล็กๆ
ที่จะให้เขาเติบโตแบบห่างไกลวัดไกลวามากเกินไป ก็ไม่ดี
เดี๋ยวเขาจะไม่รู้ความหมาย เวลาที่ต้องกรอกข้อมูลตัวเองลงในช่องศาสนา
เพราะยังจำได้ ตอนตัวเองยังเด็กๆ
ทุกเย็น จะไปทำวัตรเย็นกับป้า

วัตรเย็นอันแสนยาวนาน สำหรับเด็กตัวเล็กๆ ยุงก็เยอะ มีแต่คนแก่ๆ
แต่เด็กๆ ก็ต้องการความมั่นคงทางจิตใจ ต้องการอะไรๆ ที่ซ้ำๆๆๆ เพื่อตอกย้ำ
เด็กจะแตกต่างจากผู้ใหญ่ตรงที่ เด็กจะเรียนรู้จากการกระทำ ไม่ใช่คำพูด
เชื่อมั่นในสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำ ไม่ใช่สิ่งที่่ผู้ใหญ่พูด
แล้วเราก็รู้ึสึกว่า เราได้อะไรมาจากวัยเด็กเยอะมาก
จากการรดน้ำจากใครบางคน มันส่งผลให้บางกิ่งใบของชีวิตได้งอกงามมาจนถึงทุกวันนี้
ดังนั้น ในระหว่างการเดินทางที่ยังหายใจ จึงมีอีกหนึ่งเป้าหมาย
นั่นคือ ฉันจะเป็นบัวรดน้ำที่มีน้ำพร้อมรดให้กับคนอื่นบ้าง!

จากการฟังพระเทศน์ ของเช้าวันอาทิตย์
หลับบ้าง ตื่นบ้าง พยายามนั่งสมาธิ แต่ก็คอยจะสัปหงก ทำความเคารพพระท่านอยู่เรื่อย
หากก็ยังดี ที่มีบางอย่างส่งตรงเข้าหู แล้วสมองก็จับไปลำดับความเข้าใจ
อย่างเช่นเรื่องหลอดไฟที่เสื่อมแล้ว
พระอาจารย์ท่านเทศน์ว่า

กายกับใจนั้นต้องสัมพันธ์กัน ถึงจะเป็นชีวิตที่ดี
เวลาเรารับเอาเรื่องทางโลกมากๆ
ใช้คอมพ์ ใช้อินเทอร์เน็ต ซึ่งทุกอย่างไปเร็ว
ใจเราไปไหนก็ไม่รู้ แต่กายเรายังอยู่ที่เดิม
ชีวิตแบบนี้ ไ่ม่ใช่ชีวิตที่พระพุทธเจ้าสอนให้เราปฏิบัติ
ตามความเข้าใจ คือเราต้องรู้จักสร้างสมดุลให้ตัวเราเอง
จะนั่งแค่ไหน จะเดินแค่ไหน
จะใช้อินเทอร์เน็ตแค่ไหน จะใช้ชีวิตอยู่กับคนจริงๆ แค่ไหน
ถ้าใจกับกายไ่ม่สัมพันธ์กัน เป็นระยะเวลานานๆ
มันก็เหมือนกับหลอดไฟที่จะเสื่อมลง เสื่อมลง
แล้วเมื่อหลอดไฟข้างในตัวเราเสื่อม ต่อให้พลังงานไฟฟ้ามากแค่ไหน
หลอดไฟแห่งชีวิต ก็สว่างได้แค่นั้น

เป็นอีกครั้งที่ฟังธรรมแล้วเก็ท
แม้จะฟังไป หลับไป...

Comment

Comment:

Tweet